หนังสือพิมพ์
ชาวสามชุกค้าน ย้ายที่ว่าการอำเภอ
มีความพยายามหลายครั้งแล้ว ที่จะย้ายที่ทำการอำเภอสามชุก จ.สุพรรณบีรี ไปไว้ที่อื่นโดยอ้างถึงความแออัดยัดเยียด ซึ่งชาวบ้านสามชุกต่างทราบความนัยกันดีว่ามีวาระซ่อนเร้นหลายประการรจึงออกมาคัดค้านอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กำนันรายหนึ่งออกมาพยักหน้าแทนนักการเมืองให้ข่าวหน้าตาเฉยว่าคนสามชุกต้องการให้ย้ายที่ทำการอำเภอ ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านต่างคัดค้านมาโดยตลอด
การก่อรูปและสร้างกระบวนการชุมชนจนตลาดสามชุกมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกได้ เพราะยึดหลัก "การมีส่วนร่วม" เป็นสำคัญ
แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ความเข้มแข็งของชาวบ้านกลายเป็นไข่แดงในบุรีแห่งนี้ที่เขาและพรรคการเมืองนี้ยังเจาะไม่ได้ เนื่องจากชาวสามชุกเองรับไม่ได้ในรูปแบบการพัฒนาที่มีเงินเป็นตัวนำและมุ่งแต่การก่อสร้างวัตถุ โดยทุบรื้อสิ่งที่เป็นรากเหง้าของบรรพชนทิ้ง ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายจิตวิญญาณของท้องถิ่นไปโดยปริยาย
ความพยายามย้ายที่ว่าการอำเภอสามชุกในครั้งนี้ แม้อ้างว่าจะขยับขยายไปยังพื้นที่ริมแม่น้ำที่กว้างขวางกว่า แต่ชาวบ้านต่างเชื่อว่ามีวาระซ่อนเร้นเพราะนายทุนใหญ่ด้านน้ำเมาต้องการพื้นที่นั้น เช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้ที่นักการเมืองใหญ่และนายทุนใหญ่จะจับมือกันและเปลี่ยนที่ดิน
ตลาดสามชุกในอดีตเป็นเมืองท่าที่คึกคักยิ่งส่วนหนึ่งเพราะเป็นแหล่งรวมสถานที่ราชการ ต่อมาการขนส่งทางเรือต้องถูกลดความสำคัญลงเพราะมีการตัดถนนเข้าไปแทน และซ้ำเติมด้วยการย้ายสถานที่ราชการต่าง ๆ ออกไป อาทิ ที่ทำการสาธารณสุขอำเภอ สถานนีตำรวจ ห้องสมุดประชาชน ฯลฯ เหลือเพียงที่ทำการอำเภอเท่านั้น ในที่สุดตลาดแห่งนี้จึงซบเซา
บทเรียนในอดีตไม่มีใครรับรู้ดีเท่าคนสามชุก
ชาวสามชุกยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเมื่อจู่ๆ ก็มีการรื้อที่ทการอำเภอหลังเก่า ซึ่งเป็นอาคารไม้ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามและสร้างคู่มากับตลาดเก่าสามชุก และผุดอาคารคอนกรีตขึ้นมาแทน จนดูอุจาดตามาจนถึงทุกวันนี้
จริงๆ แล้วคนสามชุกไม่ได้หลับหูหลับตาคัดค้านทุกอย่าง แต่ทุกวันนี้ที่ตลาดสามชุกฟื้นคืนมาได้เพราะการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม ดังนั้นการจะทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านก็ควรยึดชุมชนเป็นศูนย์กลางโดยการฟังเสียงพวกเขาเป็นสำคัญ
รูปแบบการท่องเที่ยวแบบฉาบฉวยและรูปแบบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่นักการเมืองและผู้บริหารควรเข้าใจ
การใช้อำนาจบาตรใหญ่ อาจส่งผลสะท้อนกลับไปยังผู้ใช้อำนาจได้


