วธ.ชู
“สามชุก”เป็นชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม ชี้สร้างเศรษฐกิจ
คงภูมิปัญญา ดึงวิถีดั้งเดิมท้องถิ่นกลับมาได้จนรับรางวัลจากยูเนสโก
พร้อมเปิดลานบุญลานปัญญา 600 แห่งทั่วประเทศ
หวังสร้างเครือข่ายวัฒนธรรมท้องถิ่น
นายธีระ สลักเพชร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า
จากการการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(กวช.) สัญจร ที่ จ. สุพรรณบุรี
เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุม ได้มีการพิจารณาเรื่อง
การพัฒนาประเทศโดยใช้มิติทางวัฒนธรรมเป็นตัวตั้ง
โดยมีการเชื่อมโยงกับชุมชนสามชุก จ.สุพรรณบุรี
ที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก
ซึ่งตนคิดว่าแนวทางการทำงานของ กวช. ได้ดำเนินกการเรื่องนี้มานาน
เพื่อให้ทิศทางการดำเนินงานเป็นรูปธรรมชัดเจน
ที่พยายามจะสร้างเครือข่ายสภาวัฒนธรรมตำบล หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้
วธ.มีเครือข่ายสภาวัฒนธรรมตำบลแล้ว เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั่วประเทศ
และโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนทุกอำเภอ
ซึ่งโครงการเหล่านี้จะเป็นโครงการที่ทำให้ประชาชนอยากทำตามแบบชุมชนสามชุก
เพราะภาพของชุมชนสามชุกเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ
โดยจะต้องชี้ให้ชุมชนเห็นว่า องค์กรที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ
ควรจะมีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างท้องถิ่น
ให้เกิดเป็นโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนในพื้นที่ต่างๆ
นายธีระ กล่าวต่อว่า
วัฒนธรรมสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนได้
ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม การบริการทางวัฒนธรรม
และที่สำคัญที่สุด ต้องทำให้วิถีท้องถิ่นยังคงอยู่ นอกจากนี้ โครงการที่
วธ. ได้ดำเนินการขณะนี้ คือ โครงการลานบุญลานปัญญา
เป็นโครงการที่สามารถดึงความเป็นศูนย์กลางไปที่ศาสนสถาน เหมือนอดีต
ที่เรามีโบสถ์ วัด มัสยิด ของศาสนาต่างๆ เป็นศูนย์กลางของคนทุกวัย
ซึ่งสถานที่นั้น จะเป็นเวทีประชาคม เป็นพื้นที่ให้ความรู้เรื่องคุณธรรม
ภูมิปัญญาความรู้
ให้ประชาชนสามารถพูดคุยกันและดึงความเป็นวิถีดั้งเดิมของแต่ละท้องถิ่นกลับ
มาได้
“ใน
ปี 2553
เราตั้งเป้าหมายว่าจะมีพื้นที่ที่เปิดลานบุญลานปัญญาตามศาสนาสถานของทุก
ศาสนามากกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเวทีประชาคมของสภาวัฒนธรรมตำบล
หมู่บ้าน และโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ลานบุญลานปัญญา
ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้
และทำให้คนในท้องถิ่นเป็นหลักในการร่วมคิด ร่วมทำ ตรวจสอบ และประเมินผล
โดยมี องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นพี่เลี้ยง และให้ภาคเอกชนเป็นตัวเสริม
นอกจากนี้ เราควรจะนำภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้สูงอายุมาบูรณาการร่วมกัน
ถ้าเราได้จุดประกายแนวคิดตรงนี้ และชุมชนเดินตามก็จะประสบผลสำเร็จ” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
ข้อมูลจากเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/
